new moon กับฝันของข้าพเจ้า

posted on 24 Nov 2009 06:23 by nathablog  in Personal

เมื่อคืนกูฝันประหลาดว่ะ

 

มันเป็นความฝันเกี่ยวกับการเดินทางในห้วงอวกาศ ไปกับยานลำหนึ่ง ซึ่งหากออกเดินทางไปกับยานลำนี้แล้ว

 

จะไม่มีวันได้กลับมาโลกใบนี้อีกตลอดชีวิต

 

ก่อนหน้ากระสวยถูกปล่อยออกจากสถานี

 

กูไม่ได้บอกที่บ้านถึงการตัดสินใจเดินทางำแกับยานลำนี้ ไม่มีใครไปเป็นเพื่อน

 

จำได้ลางๆนะว่ามีคนอื่นไปด้วยแต่ไม่รู้จักใครเลย 

 

แต่กูเต็มใจที่จะไปกับยานลำนี้ แต่ทันทีที่กระโจนเข้าสู่ห้วงบรรยากาศอันดำมืด ไร้น้ำหนัก

 กลับรู้สึกอยากกลับลงไปยังโลก

 

ภาพครอบครัว เพื่อนฝูง ที่จะไม่มีวันได้เจอ ได้พูดคุยกับพวกเขาอีก ผุดขึ้นมา

 

ต้องอยู่อย่างเงียบเหงาคนเดียว ไปจนวันตาย  จบ ความฝัน

 

สาเหตุที่ฝันคงเป็นเพราะช่วงนี้กูมีอารมณ์แบบ เบลลาร์ สวอน (นางวันทอง เวอร์ชันฝรั่ง) ล่ะมั้ง ?

 

ที่อยากหาเรื่องใส่ตัว สับสน เหงา ไม่รู้วิธีแก้ปัญหาที่ถูกต้อง ทำอะไรก็ Done All Wrong เสียหมด (มันเป็นชื่อเพลงประกอบหนังนะ)

 

แถมยังอยากให้พระเอกเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นแวมไพร์เหมือนกันอีกต่างหาก

 

ซึ่งนั่นหมายความว่า จะต้องมีชีวิตอยู่ ตลอดกาล

 

แม้ความฝัน ที่ต้องเดินทางในอวกาศโดยไม่ได้กลับมาอีก จะเป็นเวลาอันยาวนาน

 

แต่ตลอดกาลที่ต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างแวมไพร์ที่ไม่สามารถฆ่าใครเพื่อมาเป็นอาหารได้ แล้วยังต้องใช้ชีวิตอยู่กับพระเอกคนนั้น คนเดียว ไปตลอด

 

สาวๆ มันอาจโรแมนติก แต่ผมว่าไม่,...

 

 

 

ป.ล. ไปดูนิวมูนมา ไม่ได้ฝันไปเองนะ ^ ^ 

สั้น ๆ

posted on 18 Nov 2009 20:14 by nathablog  in Art

เมื่อก่อน ตอนกูเรียนสายวิทย์กับเพื่อน
 
กูเสือกไปติววาดเขียน กูวาดรูปได้ดี กูวาดรูปคน กูออกแบบผลิตภัณฑ์ได้
 
ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ เลข กูไม่สน กูเกิดอยากเรียนวาดรูปเท่านั้น
 
กูจะเป็นเด็กอาร์ต
 
เพื่อนเลยเรียกกูว่า ไอ้เด็กแนว
 
 
"แนว" เพราะอะไร ?
 
กูทำอะไรผิดชาวบ้านไป แต่ดันดูดี พิเศษ ในสายตาของคนบางกลุ่มงั้นหรือ
 
ที่กูโดดวิชาเลข เพื่อไปคิดงานสเกตช์ดีไซน์ หรือหลับในคาบชีวะ พร้อมกับเปรยๆกับเพื่อนข้างๆว่าน่าเบื่อชิบหาย
 
ไม่สำเนียกรู้เลยว่า การคำนวนเเม้ไม่ใช่วิชาที่เราจะเอาไปใช้ในชีวิตประจำวันได้
 
(ใช่เลย ชีวิตประจำวันเด็กม.ปลายอย่างเราๆคงได้นำเอาอินทิเกรต ลอการิทึม ไปใช้อยู่หรอก) 
 
หรือวิชาชีวะ เป็นสาระที่เกี่ยวกับร่างกายเราล้วนๆ เรียนเพื่อทำความรู้จักหน่วยย่อยของตัวเราเอง เพื่อจะได้รู้ว่ากินอะไร เวลาไหนจะหล่อ สวย ผิวพรรณดี หรือฉลาดขึ้น
 
กูก็ไม่สน กูไม่รู้ กูอยากแนววววว
 
 
แล้วก็ได้เป็นเด็กอาร์ตสมใจ
 
ได้มาอยู่ในสังคมอันอุดมไปด้วยเหล่าบุคคลซึ่งถูกเรียกกันว่าเด็กแนวทั้งหลาย
 
คำถามก็เกิดในใจ กูจะทำยังไงให้แตกต่าง
 
หมายถึงกูจะเป็นเด็กแนวในกลุ่มสังคมที่มีแต่เด็กแนวได้ยังไง?
 
อย่างที่เคยบอกข้างบน การเป็นเด็กแนว มันขึ้นอยู่กับมุมมองของสังคมต่างหาก หากคนทุกคนนิยมไว้ผมทรงแอฟโฟ่จนเป็นเรื่องปกติ
 
รองทรงธรรมดา คงจะเเนวได้ใจ
 
สถานการณ์นี้ก็คงคล้ายๆกัน ในสังคมเด็กอาร์ต---ซึ่งในมุมมองของบุคคลภายนอก
 
คือ สถุล พูดจาหยาบคาย กร้านโลก สกปรก ชอบแดกเหล้า ดูดควัน ขี้เกียจ โดดเรียน ไม่อ่านหนังสือ เอาแต่สเกตรูปในคาบ ฯ
 
(ข้อดีก็มี แต่หากนำมันมาพูดจะทำให้มองภาพไม่ค่อยชัด จึงขอละไว้นะครับ) 
 
ด้วยความที่กู อยาก แนววว
 
กูก็เลยตั้งใจเรียน ไม่ดูดควัน ทำตัวสะอาดสะอ้าน นอนวันละ หกชั่วโมง ตั้งใจเรียน ไม่เข้าสาย ใช้คอมให้เกิดประโยชน์ดูบ้าง
 
 
กลับไปเป็น คนที่ไม่แนว 
 
แต่การ เป็นคนที่ไม่แนว  ในสังคม ที่แนวว
 
 
มันจึงกลายเป็นการนำให้คนอื่นๆสนใจเอาเราเป็นแบบอย่างมากขึ้น เนื่องด้วยมันมองว่า มันก็เป็นเรื่องดีเหมือนกันที่เราจะหยุด ทำอย่างหนึ่งที่ ไร้สาระ แล้วนำเอาเวลาไปใช้ใน อีกสิ่งหนึ่ง ที่ช่วยให้เกิดประโยชน์ยิ่งขึ้น
 
การกลับคืนสู่สภาพปกติของเด็กแนวคนหนึ่ง
 
ภายหลังจากได้มองดูตัวเอง ที่อยู่ในตัวคนอื่น
 
 
 
 
มันก็เป็นเวลาที่เด็กแนวคนหนึ่งได้สำเนียกรู้ว่า แนว นั้น ได้ซึมเข้าสู่กระเเสเลือดเสียเเล้ว
 
ความพยายามที่จะทำสิ่งแตกต่าง ไม่เหมือนชาวบ้าน ไม่ว่าจะดีหรือเลว ขอให้กูแตกต่างไว้ก่อน
 
กูมันนอกคอก (ใช่เลย นอกคอกดีกว่าเป็นวัวเป็นควายในคอกนะเออ)
 
แต่โชคดีที่การทำตัว เเนว ในครั้งนี้ เป็นเรื่องดี      (ขอให้เป็นอย่างนั้นไปตลอด....)
 
 
 
 
 
ป.ล.มันเกี่ยวไรกับชื่อ entry วะเนี่ยย
ต.อ.บ. ก็เพราะตอนเเรกกูกะจะบ่นให้ฟังสั้นๆ แต่ดันกลายเป็นยาว  

edit @ 18 Nov 2009 20:32:26 by Architec-tung